เทศน์เช้า วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมๆ นะ ฟังธรรมเพื่อสัจธรรม เห็นไหม เราขวนขวายมา ขวนขวายมาก็เพื่อหัวใจดวงนี้ เพื่อหัวใจของเราก่อนนะ
เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง พยายามประพฤติปฏิบัติชำระล้างกิเลสในใจของตนให้ได้ อย่าให้มันเบียดเบียนหัวใจของเรา ไม่เบียดเบียนตนและก็ไม่เบียดเบียนคน ถ้ามันเบียดเบียนตนน่ะมันกัด มันกัดมันฉีกในใจ มันเจ็บมันแสบ แล้วไม่มีใครช่วยเหลืออะไรได้หรอก ไม่มีใครช่วยเหลืออะไรได้
แต่เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมโอสถๆ เห็นไหม ธรรมโอสถ ศีล สมาธิ ปัญญา แค่มีสติ
หลวงตาท่านเน้นย้ำสติ เน้นย้ำสติ ถ้าขาดสติแล้วเป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งสิ้น ถ้าขาดสติ การประพฤติปฏิบัติมันหัวตอ สักแต่ว่าทำๆ
แล้วท่านเน้นย้ำเลย คนที่ประพฤติปฏิบัติเวลาเข้าทางจงกรม โง่อย่างกับหมาตาย
ท่านพูดถึงหมาตาย หมามันตายแล้วมันไม่มีชีวิตจิตใจ เรายังโง่กว่ามันน่ะ โง่กว่ามันเพราะเราไม่มีสติปัญญาพลิกแพลงแก้ไขไง ถ้าเรามีสติปัญญาพลิกแพลงแก้ไข เวลาประพฤติปฏิบัติต้องให้ฉลาดกว่าหมาตาย หมามันตายแล้วเราต้องฉลาดกว่ามัน เรายังเคลื่อนไหวได้ หมาตายมันขยับเขยื้อนไม่ได้ เรายังโง่กว่ามันอีก นี่เวลาเบียดเบียนตนไง
แต่เวลาเรามีศรัทธามีความเชื่อในพระพุทธศาสนา ถ้ามีความเชื่อในพระพุทธศาสนานะ ศาสนานี้เหนือโลกเหนือสงสาร เหนือวัฏฏะ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนสามโลกธาตุ
ผลของวัฏฏะๆ ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วิวัฏฏะๆ พ้นออกไปจากวัฏฏะ พ้นออกไปจากการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย
แต่พวกเรามันเป็นสัจธรรม มันเป็นความจริงที่ใครจะโต้แย้งไม่ได้ทั้งสิ้น กรรมจำแนกสัตว์ให้เกิดต่างๆ กัน เรามีเวรมีกรรม กรรมคือการกระทำ ใครไม่เคยทำอะไรเลยหรือ ทำทุกคน แต่ทำดีหรือทำชั่วทั้งสิ้น การกระทำอันนั้นน่ะมันฝังลงที่ใจ มันไม่มีของฟรีหรอก
พระพุทธศาสนาไม่มีของฟรี สิ่งที่ได้มา ได้มาจากปากกัดตีนถีบ ได้มาจากการขวนขวาย ได้มาจากการกระทำทั้งสิ้น แต่เพราะเรามีสติปัญญาของเรา เราได้สร้างคุณงามความดีของเรา เราถึงได้เกิดเป็นมนุษย์ไง
เกิดแป็นมนุษย์นี้แสนยาก แสนยาก แต่ทำไมคนทุกข์คนจนเกิดมาเป็นแพเลย อย่างกับแม่เป็ดเลย เดินเป็นแพเลย เพราะอะไรล่ะ เพราะมันต้องเกิด ในเมื่อมันมีจิตวิญญาณอยู่มันต้องเกิด
เวลามันเกิดขึ้นมา กรรมจำแนกสัตว์ให้เกิดต่างๆ กันน่ะ ทำไมไม่ไปเกิดเป็นลูกเศรษฐี มหาเศรษฐี เศรษฐีโลกนั่นน่ะ ทำไมไม่ไปเกิดตรงนั้นน่ะ เกิดแล้วมันจะได้มั่งมีศรีสุข มันจะได้สุขสบายของมันไง แต่ไม่ใช่
บิล เกตส์ มันบอกเลย มันไม่ให้โรครวยทำลายลูกมัน มันตัดไปทำมูลนิธิ ๖๐,๐๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
คนรวยมันทำเพื่อประโยชน์โลก แล้วเขาถาม ทำไมทำอย่างนั้นน่ะ
ไม่อยากให้โรครวยทำร้ายทำลายลูกฉัน ไม่ให้โรครวยทำร้ายลูกฉัน เพราะถ้าโรครวยทำร้ายลูกฉัน ลูกฉันจะทำมาหากินไม่เป็น ลูกฉันจะไม่มีสติปัญญา เห็นไหม ไม่ให้โรครวยทำลายลูกฉัน นี่คนที่มีสติปัญญาไง
ทีนี้เวลาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ถ้าเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะนะ เวลาจะมีบอลโลก เวลาจะมีนักขัตฤกษ์ จะมีการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาจะเคลียร์พื้นที่ เขาจะตรวจสอบ เขาจะทำของเขาเพื่ออะไร เพื่อความปลอดภัยไง ใช่ไหม
เวลาจะเลือกตั้งเขาลาดตระเวนเลย เพื่อดูซิใครมีสิ่งผิดกฎหมายๆ เวลาจะมีบอลโลก เขาระวังเลย ถ้าจบบอลโลกแล้วมันจะมีแต่การปล้นการจี้ มันมีแต่หนี้สินไง นี่พูดถึงถ้ามันไม่มีสิ่งใดเขายังป้องกัน ทางรัฐบาลที่เขามีสติปัญญาเขารู้จักรักษา แล้วในปัจจุบันนี้เราเห็นสภาวะเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจถ้ามันมีปัญหาขึ้นมา เราต้องมีความฉลาดไง
ปัจจัยเครื่องอาศัยๆ พระบิณฑบาตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง เรามีมากน้อยแค่ไหนเราก็ใส่พอประมาณของตน ถ้าพอประมาณของตนนะ เราทำเพื่อหัวใจของเราไง
เวลามาวัดมาวา เรามาด้วยหัวใจ ซองขาวๆ ไม่ต้องแจก ไม่ต้องใส่ก็ได้ พระเขาไม่กินกระดาษหรอก
เวลาพูดถึงธรรมะนะ ไอ้หลังลายอย่างนั้น กระดาษอย่างนั้น เป็นอสรพิษอย่างนั้น แหม! มองเลยนะ
ไม่จำเป็น ในพม่าเขาไปวัดไปวากัน เขาเข้าวัดเข้าวาเพื่อไปกราบพระ เราก็เหมือนกัน เรามาวัดมาวาเพื่อมากราบพระไง ในเมื่อเราไม่มีที่จะกราบ เห็นไหม
แต่ถ้าครูบาอาจารย์ของเรา ครูบาอาจารย์ท่านธุดงค์ในป่าในเขาของท่าน ตาเหมือนเทียน ธูปเหมือนนิ้วมือ เวลาอยู่ในป่าในเขาทำวัตรสวดมนต์ ทำวัตรมาจากไหน เวลาทำวัตรสวดมนต์ เวลาทำวัตรสวดมนต์ทำมาจากหัวใจของตน เห็นไหม
เวลาหลวงตา หลวงตาพระมหาบัว ถ้าวันไหนไม่ได้กราบหลวงปู่มั่นก่อน นอนไม่ได้
ก่อนนอนกราบ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วยังระลึกถึงหลวงปู่มั่น เพราะหลวงปู่มั่นท่านเป็นแบบอย่าง ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีงามของท่านมา แล้วหลวงปู่มั่นเป่ากระหม่อมเรามา หลวงปู่มั่นเป่ากระหม่อมเรามา
เราภาวนาแล้วหลงใหลไปในกิเลสนะ ทำสมาธิด้วยปัญญานะ กิเลสมันชักมันจูงไปนะ โอ๋ย! นิพพานๆๆ
เวลาขึ้นไปหาหลวงปู่มั่นนะ “ไอ้บ้าสังขารๆ ไอ้นิพพานๆ ไอ้บ้าสังขาร ไอ้บ้าความคิด ความปรุง ความแต่งของตนนั่นน่ะ”
เห็นไหม คนที่เขามีปัญญาเขาแก้ไขกันมา เขาคุ้มครองดูแลกันมา ฉะนั้น เวลาคนหลงไปแล้ว แล้วมีครูบาอาจารย์ชักกลับมา ดึงกลับมา มันจะระลึกถึงบุญคุณของครูบาอาจารย์ไหม ฉะนั้นบอกว่า ถ้าท่านไม่ได้กราบหลวงปู่มั่น ท่านนอนไม่ได้
นี่เวลาครูบาอาจารย์ของเราเวลากราบพระๆ ไง ถ้ากราบพระจากหัวใจ คนที่เป็นธรรมในหัวใจ พุทธ ธรรม สงฆ์ในหัวใจ กราบที่ไหนก็ได้ไง
แต่ถ้าคนยังไม่มีรูปเคารพ ถ้ามีรูปเคารพ เราจะกราบที่ไหนๆ ไปวัดไปวาก็ไปกราบพระๆ กราบพระหัวใจเรามันมีสติ ให้หัวใจเรามันได้เบรก ไม่ให้กิเลสมันชักมันนำไป ไม่ให้กิเลสมันปั่นหัว นี่เรามีสติปัญญา เราไปกราบพระๆ
แล้วมาวัดมาวา มาวัดมาวาเพื่ออะไร
วัดเป็นที่อภัยทาน วัดเป็นที่อยู่ของผู้ทรงศีล วัดเป็นที่ประพฤติปฏิบัติ เราไปวัดไปวาคบบัณฑิตๆ ไง บัณฑิตเวลาเราสนทนา เราเจรจากัน เราสนทนากันเรื่องพ้นทุกข์ๆ เราสนทนากันเรื่องประพฤติปฏิบัติไง เวลาออกนอกลู่นอกทาง เราอย่าไปยุ่งกับเขา คนมันไม่เหมือนกัน
เวลาเขาพูดนะ ติรัจฉานวิชา วิชาทำให้เนิ่นช้า ทางจงกรม ทางสมาธิภาวนาขึ้นมา เรายังไม่มีเวลาจะทำเลย แล้วเราจะมานั่งคุยกันแต่เรื่องโลกเรื่องสงสาร เรื่องติรัจฉานวิชา ทำให้เราเนิ่นช้าไง
ถ้าเราจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติปฏิบัติเดินจงกรม ๗ วัน ๗ คืนอย่างนี้ นั่งสมาธิทั้งวันทั้งคืน ทำไมท่านอยู่ได้ล่ะ
คำว่า “อยู่ได้” แสดงว่ามันมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ หัวใจมันมีที่อยู่อาศัย เห็นไหม
เราเดินจงกรมชั่วโมงหนึ่งเราก็จะคลั่งแล้ว นั่งสมาธิไปห้านาทีจะเป็นจะตายแล้ว เพราะอะไร เพราะมันไม่มีธรรมเป็นเครื่องอยู่ ไม่มีธรรมโอสถ
มันชื่นใจ มันอบอุ่น มันพอใจ เขาดูกันตรงนี้ไง ทางจงกรมๆ ทางที่นั่งสมาธิภาวนานั่นน่ะ ถ้ามันทำได้ๆ แสดงว่าหัวใจมันมีหลักมีเกณฑ์ ถ้าหัวใจมีหลักมีเกณฑ์ขึ้นมา เพราะเราเป็นพระปฏิบัติใช่ไหม เขาเน้นกันตรงนี้
สมัยหลวงตาท่านยังหนุ่มยังแน่นนะ ท่านไปที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าเกิดลาภสักการะจะตกที่นั่น ท่านไม่เคยเอากลับไปไหนเลย ท่านไม่แตะเลย ไร้สาระ
เวลาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อสรพิษๆ เงินเป็นอสรพิษไง
เวลาไปกับพระอานนท์ เดินไปตามคันนาน่ะ ไปเจอถุงเงินมา แล้วท่านแย้มพระสรวล พระอานนท์ถาม แย้มพระสรวลเพราะอะไร
ท่านชี้เลย อสรพิษๆ
เพราะโจรมันปล้นมา มันปล้นมันหนีมา เจ้าหน้าที่ตามมาทัน มันก็ซ่อนไว้ แล้วชาวนาก็ทำนาอยู่ที่นั่นไง
“นี่อสรพิษๆ”
พออสรพิษ ชาวนาได้ยินว่าอสรพิษก็นึกว่าเจองูไง เอาจอบเอาเสียมจะไปตีมัน ช่วยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ถึงไปเจอถุงเงินเข้า ก็เลยวางไว้นั่น เจ้าหน้าที่ตามมาจับเขา นี่มีหลักฐาน อสรพิษกองอยู่นี่
เวลาจับไป ชาวนาไม่พูดอะไรเลยนะ บ่นอยู่คำเดียว “อสรพิษๆ”
จนพระเจ้าพิมพิสารถาม “อะไรอสรพิษ”
เลยเอามาสอบสวน สอบสวนว่า ตอนเช้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบิณฑบาตมา ผ่านมาทางนี้ ทีนี้เขาบอกว่าอสรพิษ ชาวนานี้เข้าใจว่าเป็นงูก็จะไปตีให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไปแล้วไปเห็นเป็นเงินเป็นทองก็วางไว้นั่นแหละ แล้ววางไว้นั่น มันเป็นพยานว่าเขาไม่ได้เป็นโจร เขาไม่ได้ปล้นใครมา แต่ไอ้พวกที่โจรมันปล้นมามันจนตรอก มันเอามาวางไว้นั่น มันให้โทษไง พูดถึงว่าโทษๆ
ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาแสดงธรรมๆ ว่าข้านี่ไม่ติดไม่ข้อง อสรพิษก็ไม่เอา นี่พูดถึงเวลาแสดงธรรมๆ ยิ่งใหญ่นัก ปล่อยวาง ว่างเปล่า แล้วถึงเวลาแล้วจะมาเอาแต่อสรพิษนี่
อสรพิษมันกัดหัวใจนะ ยิ่งพระที่ไม่มีหลักมีเกณฑ์ด้วย ยิ่งเห็นครูบาอาจารย์นะ โอ้โฮ! รุ่งเรือง อยากจะเป็นน่ะ สร้างภาพ สร้างภาพทุกข์ทั้งนั้นน่ะ เวลาคนแกล้งจนมันยิ่งทุกข์เข้าไปใหญ่ สิ่งที่เพราะมันอยากจะทำให้ตัวมันจนไง
แต่ครูบาอาจารย์เรา หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงตาท่านชื่นชมมาก ท่านบอกนะ นี่พูดถึงความเป็นธรรมไง
ถ้าพูดถึงทางโลก หลวงปู่มั่นทุกข์ที่สุด ทุกข์เพราะไปอยู่ในป่าในเขา ถ้าในป่าในเขาในสมัยโบราณมันไม่มีตลาด ไม่มีสิ่งใด มันเป็นป่าเป็นเขาจริงๆ อยู่ในป่าในเขาของท่าน ถ้าพูดถึงทางโลกนะ ท่านขาดท่านแคลนของท่าน ถ้ามองทางสายตาโลก
แต่ถ้าบอกท่านมองในสายตาธรรม ท่านยกย่องเลย หลวงปู่มั่นยิ่งใหญ่ เศรษฐีธรรม พระอรหันต์ทรงคุณธรรม วิมุตติสุขกลางหัวใจ วิมุตติสุข สุขมากๆ จะอยู่ป่าอยู่เขา อยู่ในที่อัตคัดขาดแคลนขนาดไหนมีความสุข
ไอ้พวกเศรษฐีอยู่บนตึกคอนโด ๕๐๐ ชั้นนั่นน่ะมันดิ้นโครมๆ อยู่บนนั้นน่ะ
หลวงปู่มั่นของท่าน ท่านอยู่ในป่าในเขาของท่าน ท่านมีความสุขของท่าน ความสุขความสงบในใจอันนั้น เห็นไหม ถ้าพูดถึงความเป็นธรรม ความเป็นธรรมยิ่งใหญ่นัก ยิ่งใหญ่ที่ไหน ยิ่งใหญ่คนที่ประพฤติปฏิบัติเท่าทันกันแล้วไปเห็นไง
ไอ้เราไม่เห็นไง แกล้ง ฤๅษีอยู่ป่า ฤๅษีอยู่ป่าแล้วเหี้ยมันเคารพบูชา มันจะไปอุปัฏฐากอุปถัมภ์ไง ฤๅษีทำนั่งนิ่ง นิ่งเชียวนะ พอเหี้ยเข้ามา มันเอาไม้จะตีเหี้ย จะกินเหี้ยไง ฤๅษีกินเหี้ย อยู่ในพระไตรปิฎก
คนถ้ามันบิดมันเบือน มันกลั่นมันแกล้ง มันพลิกมันแพลง มันไม่เป็นความจริง มันรู้ได้ มันรู้ได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าเป็นความจริงๆ ความจริงหลวงตาท่านพูดเอง ถ้ามีความจริงในหัวใจนะ จะปิดบังขนาดไหนมันก็ออกมาตอนพูดนั่นน่ะ เวลาพูดมันมีคุณธรรมในใจ คุณธรรมในใจมันแฉลบมันแลบมา มันรู้ได้ คนที่เป็นธรรมๆ รู้ได้ แต่คนที่เป็นกิเลสแล้วจะแสดงธรรม ยิ่งรู้ได้เข้าไปใหญ่ เพราะมันพูดมันผิดมันถูกของมัน แล้วกาลเวลาพิสูจน์
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
ถ้าหัวใจเป็นธรรมๆ นะ นี่ก็บอกว่าเป็นความสุขไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง แล้วสุขอื่นใดเท่ากับจิตที่เป็นธรรมไง ถ้ามันเป็นความสุข ความสุขจริง มันก็ต้องเสวยวิมุตติสุข สุขอันนั้นสิ ทำไมออกมาดิ้นโครมๆๆ ทำไมไปวุ่นวายอยู่กับทางโลกล่ะ
เวลาทางโลกจะส่งเสริมเขานะ โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ ไม่มีความเป็นไปได้ แต่เวลามันทุกข์มันยากขึ้นมาถึงที่สุด หลวงตาท่านยังต้องออกมาช่วยโลกเลย การช่วยของท่านช่วยได้ด้วยน้ำใสใจจริง ไม่ได้ช่วยแบบโลกๆ ไง แต่เวลาท่านช่วยแล้วท่านก็จบไป เพราะเป็นอำนาจวาสนาของคน
ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ คำว่า “เป็นธรรม” หนึ่งตัวอย่างดีกว่าร้อยคำสั่ง
พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นสงฆ์องค์แรงของโลก ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วท่านไม่ได้สอนใครเลย ท่านอยู่ในป่าในเขาของท่าน อยู่ในความที่สงบสงัด นี่ถ้ามันเป็นจริงมันมีความสุขอย่างนั้น มันเป็นความจริงอย่างนั้น เพราะธรรมะยิ่งใหญ่ ธรรมะมันเหนือโลกเหนือสงสาร เหนือหมด เหนือทุกๆ อย่าง มันก็เลยเป็นวิวัฏฏะ ออกจากวัฏฏะไปไง นี่พูดถึงธรรม ถ้าสัจธรรมๆ นะ
เวลาที่เขาจะมีนักขัตฤกษ์ เขาจะมีบอลโลก เขาจะมีต่างๆ เขาต้องเคลียร์พื้นที่ของเขา เพราะมันจะเกิดผลที่ได้เสียขึ้นมาแล้วมันจะมีปัญหา เวลาจะทำสิ่งใดเขาดูแลของเขา
ไอ้ตอนนี้เราเป็นชาวพุทธ เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึงสรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง ความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหวของมัน มันเป็นเรื่องธรรมดา แล้วเวลาที่มันเจริญรุ่งเรือง เราก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้เสวยสุขอันนั้น เวลามันเกิดอัตคัดขาดแคลนขึ้นมา เราก็ต้องมีสติปัญญาสามารถรักษาใจของเราไว้
ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเป็นประโยชน์ตรงนี้ ตรงที่เราไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องทุกข์ไม่ต้องยากจนเกินไป เรารู้จักประหยัด รู้จักมัธยัสถ์ รู้จักใช้สอยให้มันน้อยลงเพื่อการดำรงชีพของเรา อย่าเป็นหนี้เป็นสิน
ทุกข์ในชีวิตคนเรา ไม่มีทุกข์ใดเท่ากับความเป็นหนี้ ความเป็นหนี้ พยายามอย่าให้เป็น
ตอนนี้เราเกิดมาเราเป็นหนี้เวรหนี้กรรม ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติก็พยายามจะปลดหนี้เวรหนี้กรรมในใจของตน แล้วมันจะปลดได้ด้วยมรรคด้วยผลเท่านั้น จะไปปลดให้เจ้าพ่อเจ้าแม่ไหนทำให้ไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่มีใครทำให้ได้ทั้งสิ้น
ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ เรามีสติเรามีปัญญาอย่างนั้น โลกเป็นโลกอย่างนี้ เราจะให้ทำความพอใจของเรามันเป็นไปไม่ได้ ถึงเวลามันดี มันฟูขึ้น ถึงเวลามันยุบยอบไป มันเป็นของมันอยู่อย่างนี้ เป็นวาระของเขา วาระของโลกเปลี่ยนแปลงไปตลอด แต่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสว่างไสวกลางหัวใจของหลวงปู่มั่นตลอดอนันตกาล เอวัง